เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จัดอบรมฝึกอาชีพ “การทำพริกเกลือน้ำปลาหวาน” เสริมศักยภาพคนพิการและผู้ดูแล สร้างโอกาสสู่การมีงานทำและรายได้ที่ยั่งยืน
เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยกองสวัสดิการสังคม จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฝึกอาชีพให้แก่คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ภายใต้ โครงการบริการทำบัตรประจำตัวคนพิการที่บ้านและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (At Home Service : ID Card Registration for Persons with Disabilities) หลักสูตรที่ 3 “การส่งเสริมการฝึกอาชีพงานคหกรรม อาหารและโภชนาการ (การทำพริกเกลือน้ำปลาหวาน)” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องบอลลูน 2 ภัตตาคารป๊อปอาย วิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทักษะอาชีพ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการและผู้ดูแลอย่างเป็นรูปธรรม
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบนโยบายด้านการพัฒนาท้องถิ่นและมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม โดยมี ว่าที่ ร.ต.ภิญโญ วัชระสวัสดิ์ รองปลัดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของการดำเนินโครงการ ซึ่งมุ่งส่งเสริมศักยภาพคนพิการให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี
ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับ สิทธิคนพิการที่ควรรู้ จากเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม ก่อนเข้าสู่การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการทำพริกเกลือน้ำปลาหวาน โดยมี นางสาวเนาวรัตน์ พัฒนแช่ม เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การเตรียมส่วนผสม เทคนิคการผลิต ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง
นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการกลุ่มคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ พร้อมสรุปผลและประเมินผลการดำเนินโครงการ เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะในการพัฒนาการส่งเสริมอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของคนพิการในพื้นที่ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชน และผู้เข้าร่วมโครงการให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการผ่านการส่งเสริมอาชีพและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้ที่มั่นคง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างเท่าเทียม อันเป็นการขับเคลื่อนสังคมแห่งการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างยั่งยืน













