ภาษีกับการจ้างงานคนตาบอด: สร้างโอกาสที่มีคุณค่า พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ภาษีกับการจ้างงานคนตาบอด: สร้างโอกาสที่มีคุณค่า พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี
การจ้างงานคนตาบอด ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณค่าในสังคม แต่ยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งภายใต้กฎหมายไทย โดยเฉพาะในมาตรา 35 ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ได้ส่งเสริมให้นายจ้างหรือสถานประกอบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการผ่านการจ้างงานโดยตรง
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่นายจ้างได้รับ
1. หักลดหย่อนภาษีรายจ่ายในการจ้างงานคนพิการ
• นายจ้างสามารถหักรายจ่ายเป็น 2 เท่าของเงินเดือนหรือค่าจ้างที่จ่ายให้กับคนพิการที่จ้างงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
• คนตาบอดที่มีใบรับรองจากหน่วยงานรัฐ และจ้างงานในตำแหน่งที่เหมาะสม ถือว่าเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด
2. สิทธิพิเศษตามมาตรา 35
• หากสถานประกอบการไม่สามารถจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 ได้ครบตามสัดส่วน สามารถใช้มาตรา 35 แทนได้ โดยการให้ความร่วมมือกับองค์กรสาธารณประโยชน์ เช่น สมาคมวิทยากรฝึกอาชีพคนตาบอด เพื่อส่งเสริมอาชีพคนพิการในรูปแบบต่าง ๆ
3. สนับสนุนองค์กรเพื่อสังคม พร้อมภาพลักษณ์ที่ดี
• การจ้างคนตาบอดช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และสนับสนุนความเท่าเทียมทางโอกาส
ตัวอย่างงานที่คนตาบอดสามารถทำได้
• งานนวดเพื่อสุขภาพ (มีใบอนุญาต)
• งานบริการลูกค้า (โทรศัพท์, แชท)
• งานฝีมือ งานผลิตภัณฑ์ชุมชน • งานครูฝึกอาชีพหรือวิทยากร
บทสรุป
ภาษีกับการจ้างงานคนตาบอด คือโอกาสที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมสามารถร่วมกันผลักดัน เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน นอกจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ผู้ประกอบการยังได้บุคลากรที่มีความสามารถ มีความอดทน และพร้อมพัฒนาตนเองเสมอ หากท่านสนใจร่วมจ้างงานหรือสนับสนุนกิจกรรมภายใต้ มาตรา 35 ติดต่อ สมาคมวิทยากรฝึกอาชีพคนตาบอด เพื่อรับคำปรึกษาและการจัดทำเอกสารอย่างถูกต้อง
โทร. 098-9983654
ส่ง e-mail
facebook


